กลไกราคาคาร์บอน: เครื่องมือลดก๊าซเรือนกระจก-ลดโลกรวน
มกราคม 28, 2026
ประเทศไทยกำลังรับแรงกระแทกจากภาวะโลกรวน
ประเทศไทยรับผลกระทบจากภาวะโลกรวนมากที่สุดเป็นอันดับ 17 ระหว่างปี 1995-2024
-ภัยพิบัติส่งผลให้เกิดการย้ายถิ่นฐาน 281,000 ครั้ง ใน 10 ปี
-ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้สูญเสียหาดทราย 72% คิดเป็นพื้นที่ 39 ตร.กม.
-ภาวะแล้งและฝนตกน้อยส่งผลต่อภาคเกษตรกรรมซึ่งมีแรงงานกว่า 12 ล้านคน
ในอนาคต
-ภายในปี 2039 ภาวะโลกรวนจะทำให้ 321,400 คน (0.46% ของประชากรไทย) เสี่ยงต่ออุทกภัย
-ภายในปี 2050 ผลจากภาวะโลกรวนอาจทำให้จีดีพีไทยลดลง 7-14% หากปราศจากการจัดการอย่างเป็นระบบ
ไทยเองปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณเท่าไหร่
ข้อมูล ณ ปี 2019 ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งสิ้น 372,716.86 GgCO2eq* ≈ ก๊าซเรือนกระจกจาก ~รถยนต์ 81 ล้านคันในหนึ่งปี
3 อันดับภาคพลิตที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด
1. พลังงาน 69.96%
2. เกษตรกรรม 15.23%
3. กระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ 10.28%
ไทยเองปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณเท่าไหร่
กลไกราคาคาร์บอนคืออะไร?
การตั้งราคาให้กับการปล่อยคาร์บอน รวมถึงก๊าซเรือนกระจกต่างๆ เพื่อให้เราสามารถซื้อขายสิทธิ์ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้
ณ ปัจจุบัน โลกมีกลไกราคาคาร์บอนอยู่ 75 ระบบ
กลไกราคาคาร์บอนช่วยลดก๊าซเรือนกระจกอย่างไร?
1. ทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกมีราคา
เมื่อการปล่อยคาร์บอนต้องจ่ายเงิน (เช่น ภาษีคาร์บอน หรือการซื้อสิทธิปล่อยก๊าซ) องค์กรและธุรกิจจะมีแรงจูงใจในการลดการใช้พลังงานฟอสซิล เปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ
2. สร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจให้ “ลดก่อน คุ้มกว่า”
ยิ่งปล่อยมาก → ยิ่งจ่ายมาก
ใครลดได้เร็ว ลดได้มาก → ประหยัดต้นทุน หรืออาจสร้างรายได้จากการขายสิทธิปล่อยก๊าซส่วนเกิน
3. ผลักดันนวัตกรรมและการลงทุนสีเขียว
ราคาคาร์บอนทำให้การลงทุนใน พลังงานหมุนเวียน เทคโนโลยีสะอาด
4. เกิดเงินทุนไปอุดช่องว่างการพัฒนา
ภาครัฐสามารถใช้รายได้จากกลไกราคาคาร์บอนเพื่อสนับสนุนกลุ่มเปราะบาง ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว หรือส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นธรรม
ไทยเองปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณเท่าไหร่
ปี 2003 กลไกราคาคาร์บอนครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกเพียง 7%
ปี 2024 กลไกราคาคาร์บอนครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกถึง 24%
ในปี 2023 รายได้ทั่วโลกจากกลไกราคาคาร์บอนคิดเป็นเงินมากกว่า 1 แสนล้านดอลล่าร์สหรัฐ
ไทยใช้กลไกราคาคาร์บอนลดก๊าซเรือนกระจกอย่างไร?
ประเทศไทยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 30%-40% ภายใน 2030
ประเทศไทยตั้งเป้าบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนและปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายใน 2050
ร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเกิดขึ้นเพื่อหนุนไทยทำตามเป้าหมายได้สำเร็จ
1. สร้างระบบติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
2. ผลักดันกลไกราคาคาร์บอน
กลไกราคาคาร์บอน: T-VER (Thailand Voluntary Emission Reduction Program)
T-VER คืออะไร?
โปรแกรมที่ส่งเสริมให้เกิด ‘โครงการลดก๊าซเรือนกระจก’ ภาคสมัครใจ ที่ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถซื้อและขายคาร์บอนเครดิตได้
T-VER ลดก๊าซเรือนกระจกอย่างไร?
องค์กร/บริษัทที่เข้าร่วมโครงการ T-VER และสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ จะได้รับคาร์บอนเครดิตตามปริมาณก๊าซที่ลดได้ ซึ่งเป็นเครดิตที่นำไปขายให้กับองค์กร/บริษัทที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินกำหนด เกิดเป็นเงินทุน
กลไกราคาคาร์บอน: T-COP (Thailand Collaborative Offset Program)
T-COP คืออะไร?
แพลตฟอร์มที่ทำให้เกิดกลไกตลาด มี “การซื้อขาย” และ “การชดเชย” คาร์บอนเครดิต ระหว่างองค์กร/บริษัทที่ลดก๊าซเรือนกระจกได้ กับองค์กร/บริษัทที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินกำหนด ต้องเป็นคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการรับรอง โดยเฉพาะคาร์บอนเครดิตภายใต้โครงการ T-VER
T-COP ลดก๊าซเรือนกระจกอย่างไร?
T-COP ทำให้เกิดกลไกตลาดคาร์บอน เกิดเป็นแรงจูงใจให้องค์กร/บริษัทลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ระบบการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Trading System–ETS):
รู้จักกันในอีกชื่อว่า ระบบการจำกัดและซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (cap-and-trade) มีกลไกดังนี้
-กำหนดเพดานในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเพดานนี้จะลดลงทุกปี
-บริษัทที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินกว่าเพดานที่กำหนด ต้องซื้อใบอนุญาตเพิ่มเพื่อจ่ายเงินชดเชยส่วนที่เกินกำหนด หรือนำเงินไปลงทุนกับพลังงานสะอาด เทคโนโลยีสีเขียว
-ผู้ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำกว่าเพดานที่กำหนด สามารถนำสิทธิ์ส่วนเกินไปขายให้บริษัทอื่นได้
-ETS สร้างแรงจูงใจให้องค์กร/ธุรกิจลดก๊าซเรือนกระจก ช่วยให้ประเทศไทยมุ่งสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
-ณ ปัจจุบัน 37 ประเทศทั่วโลกใช้กลไก ETS โดยระบบ ETS ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาในประเทศไทย
-ระบบ ETS ครอบคลุมกว่า 23% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก
ETS ช่วยส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยได้อย่างไร?
รู้จัก CBRM จากยุโรป
-สหภาพยุโรปจะเก็บ ภาษีหรือค่าธรรมเนียมคาร์บอนจากสินค้านำเข้า ผ่าน มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (CBAM)
-เพื่อป้องกันการย้ายฐานการผลิตไปประเทศที่ไม่ได้กำหนดราคาคาร์บอนที่เทียบเท่า
-สินค้าส่งออกยุโรปที่ปล่อยคาร์บอนมาก → ต้นทุนสูงขึ้น
ETS จะช่วยผู้ส่งออกไทยอย่างไร?
-ระบบ ETS ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนแต่ต้นทาง
-ปล่อยน้อยลง → ต้องรายงานคาร์บอนน้อยลง
-ส่งออกไป EU → ต้นทุน CBAM ลดลง
ทำไม ETS สำคัญต่อความสามารถแข่งขัน
-แสดงว่าไทยมีนโยบายคาร์บอนตามมาตรฐานสากล
-สินค้าไทย แข่งขันได้มากขึ้น ในตลาดที่กติกาด้านสภาพภูมิอากาศเข้มงวดมากขึ้น
-ธุรกิจพร้อมรับมือการค้าโลกยุคคาร์บอนต่ำ
ประเทศไทยจะสร้างระบบ ETS ให้สำเร็จได้อย่างไร
ข้อเสนอแนะ:
-เร่งออกพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อเป็นแกนหลักในการจัดตั้งระบบ ETS
-จัดทำระบบ MRV อย่างเป็นมาตรฐาน เพื่อติดตามและตรวจสอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
-ดำเนินโครงการนำร่อง เพื่อถอดบทเรียนการขยายผลการลดก๊าซเรือนกระจก
-สร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์จากระบบ ETS
-สนับสนุนภาคธุรกิจ ผ่านการฝึกอบรมและแรงจูงใจในการใช้ระบบ ETS เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก
-ใช้รายได้จากกลไกราคาคาร์บอน เป็นแหล่งทุนเพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ยุทธศาสตร์กลไกราคาคาร์บอนที่สมบูรณ์ของประเทศไทย
ภาษีคาร์บอน >> เน้นราคา
ตั้งราคาสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยใช้อัตราภาษี เพื่อนำรายได้ไปรับมือภาวะโลกรวน
ETS >> เน้นปริมาณ
จำกัดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้บริษัทสามารถซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ
T-VER >> เน้นโครงการ
สร้างแรงจูงใจให้บริษัทต่างๆ ลงทุนในโครงการที่ลดหรือกำจัดก๊าซเรือนกระจก เพื่อเพิ่มแหล่งทุนที่สนับสนุนโครงการที่สร้างความยั่งยืน
ทั้งภาษีคาร์บอน, ETS, T-VER และกลไกการชดเชยคาร์บอนในแบบต่างๆ สามารถช่วยให้ประเทศไทยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
ขยายตลาดคาร์บอนของประเทศไทยเพื่อผู้คน เพื่ออนาคต และเพื่อโลกใบนี้
รายได้จากตลาดคาร์บอนทำให้เกิด:
การลงทุนกับการลดภาวะโลกรวน
-โครงการพลังงานหมุนเวียน และโครงการการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม
-การบรรเทาและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึง โครงการความยั่งยืนที่นำโดยชุมชน
-โครงการช่วยเหลือประชากรกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลจากภาวะโลกรวน
โอกาสด้านเศรษฐกิจสีเขียว
-สนับสนุนอุตสาหกรรมสีเขียว
-สร้างงาน
-ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้ชุมชน
โอกาสสร้างทักษะให้ธุรกิจรายย่อยและชุมชน
-จัดทำการฝึกทักษะตามความต้องการของ SME และชุมชน
-สร้างทักษะในการวัด รายงาน และตรวจสอบ (MRV) การปล่อยก๊าซเรือนกระจก