ประกาศรับข้อเสนอโครงการ: การประกวดนวัตกรรมประกันภัย UNDP–Generali เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับ MSMEs ในประเทศไทย
สิงหาคม 18, 2025
A. ที่มาของโครงการ
ความท้าทายด้านการพัฒนา
ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดย่อม และขนาดกลาง (MSMEs) เป็นเสาหลักของเศรษฐกิจอาเซียน โดยมีการจ้างงานประมาณ 85% ของกำลังแรงงานทั้งหมด ในประเทศไทย MSMEs มีส่วนสร้าง GDP มากกว่า 35% และจ้างงานกว่า 70% ของแรงงานทั้งหมด ความยั่งยืนและประสิทธิภาพของภาคส่วนนี้ขึ้นอยู่กับความเป็นอยู่ที่ดีของแรงงาน การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและการคุ้มครองทางการเงินที่จำกัด อาจนำไปสู่การลาหยุดงานที่เพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพที่ลดลง และความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจสำหรับทั้งแรงงานและผู้ประกอบการ
แม้ประเทศไทยจะมีความก้าวหน้าที่สำคัญในการจัดทำหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (UHC) ผ่านระบบประกันสาธารณะหลักทั้ง 3 ระบบแล้ว ยังมีโอกาสสำคัญในการพัฒนารูปแบบนวัตกรรมด้านการประกันภัยเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินแก่แรงงานในภาค MSMEs ที่ยังเปราะบางต่อภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ
โครงการนี้จึงเกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme-UNDP) และ Generali เพื่อสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมด้านการประกันภัย รวมถึงการขยายความคุ้มครองด้านสุขภาพ ชีวิต และอุบัติเหตุให้แก่แรงงาน MSMEs จำนวนมากขึ้น และช่วยเสริมกรอบการคุ้มครองทางสังคมของประเทศไทย ผ่านกลไกการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยงอย่างมีนวัตกรรม
นอกจากลดความเสี่ยงแล้ว ระบบประกันภัยและกลไกการถ่ายโอนความเสี่ยงยังช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยลดความผันผวนและเสริมสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ โครงการนี้จึงมุ่งพัฒนาเครื่องมือการประกันภัยที่สามารถปรับใช้และขยายผลได้จริงเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่เจ้าของธุรกิจและแรงงาน MSMEs ในประเทศไทย
B. ศูนย์ส่งเสริมการประกันภัยและการเงินเพื่อการบริหารความเสี่ยง (Insurance and Risk Finance Facility-IRFF)
IRFF เป็นความริเริ่มระดับแนวหน้าของศูนย์การเงินเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Finance Hub) ของ UNDP และเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายนโยบายระดับโลกของ UNDP โดย IRFF เป็นหัวใจสำคัญในการสนับสนุนด้านประกันภัยและการเงินเพื่อการบริหารความเสี่ยงแก่สำนักงานประเทศต่าง ๆ ของ UNDP ประเทศต่างๆที่ร่วมมือกับ UNDP และพันธมิตร โดยให้การสนับสนุนนโยบาย คำแนะนำ เครื่องมือ วิธีการ รวมถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายและความร่วมมือ
IRFF ทำหน้าที่เร่งให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เครื่องมือ และบริการนวัตกรรมด้านการประกันภัย พร้อมทั้งลงทุนในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างระยะยาวของตลาดประกันภัย โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของประเทศและชุมชนในการรับมือกับความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาวะ ภาวะอากาศ และวิกฤตอื่น ๆ
ปัจจุบัน IRFF ได้มีการดำเนินการใน 39 ประเทศทั่วโลก โดยทำงานร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมการประกันภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งมอบคำแนะนำเชิงนโยบาย เครื่องมือ และเครือข่าย ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของประเทศและชุมชนในการรับมือกับความเสี่ยงข้างต้นอย่างมีประสิทธิภาพ
C. Generali
Generali เป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจประกันภัยและการบริหารสินทรัพย์แบบบูรณาการที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1831 และปัจจุบันมีการดำเนินงานในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก โดยมีรายได้จากเบี้ยประกันรวม 95.2 พันล้านยูโร และมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมากกว่า 800 พันล้านยูโรในปี 2024 ด้วยจำนวนพนักงานราว 87,000 คนที่ให้บริการลูกค้ากว่า 71 ล้านราย กลุ่มบริษัทมีบทบาทเป็นผู้นำในยุโรป และมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นในเอเชียและละตินอเมริกาหัวใจของกลยุทธ์ของ Generali คือ “Lifetime Partner” หรือความมุ่งมั่นในการเป็นพันธมิตรตลอดชีวิตของลูกค้า ซึ่งดำเนินการผ่านโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมและเฉพาะบุคคล การมอบประสบการณ์ลูกค้าระดับสูง และระบบการกระจายสินค้าทั่วโลกที่ทันสมัยกลุ่มบริษัทได้บูรณาการแนวคิดเรื่องความยั่งยืนเข้าไปในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ทั้งหมด โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับสร้างสังคมที่เป็นธรรมและมีความสามารถในการฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้น
D. ความร่วมมือระหว่าง UNDP และ Generali
UNDP และ Generali ได้ร่วมมือกันเพื่อสนับสนุนความยืดหยุ่นทางการเงินของชุมชนที่เปราะบาง ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดย่อม และขนาดกลาง (MSMEs) รวมถึงห่วงโซ่มูลค่าระดับโลก เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและความเสี่ยงอื่น ๆ
ภายใต้ความร่วมมือระยะยาวนี้ Generali และ IRFF ได้ร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้และเครื่องมือ จูงใจให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมด้านประกันภัย และส่งเสริมแนวทางการบริหารความเสี่ยงแบบองค์รวมที่ผสมผสานการถ่ายโอนและการจัดการความเสี่ยง ความร่วมมือนี้นำความเชี่ยวชาญในด้านประกันภัย ของ Generali มาผสานกับวิสัยทัศน์ระยะยาวของ UNDP ด้านการเงินและการพัฒนา และด้วยความร่วมมือนี้ Generali และ UNDP กำลังมีบทบาทสำคัญในการนำพานวัตกรรมด้านการประกันภัยเข้าสู่หัวใจของเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) และวาระ 2030 ขององค์การสหประชาชาติ
การประกาศรับข้อเสนอโครงการ (Call for Proposals) ในครั้งนี้ เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกับ UNDP ประเทศไทย การประกวดนวัตกรรมประกันภัย UNDP–Generali เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับ MSMEs ในประเทศไทย
E. วัตถุประสงค์และผลลัพธ์ที่คาดหวัง
การประกวดนวัตกรรมประกันภัย UNDP–Generali เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับ MSMEs ในประเทศไทย มีเป้าหมายเพื่อค้นหา สนับสนุน และขยายขนาดโซลูชั่นนวัตกรรมประกันชีวิตและประกันสุขภาพที่มีอยู่แล้ว ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการเงินให้กับ MSMEs รวมถึงแรงงานในธุรกิจดังกล่าว
การประกวดในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่:
- การขยายโซลูชั่นประกันสุขภาพและประกันชีวิตที่มีอยู่เดิมสำหรับ MSMEs และพนักงาน ให้มีราคาที่เข้าถึงได้ มีช่องทางที่เข้าถึงได้ และขยายขนาดได้
- การเชื่อมโยงโซลูชั่นประกันภัยภาคเอกชนเข้ากับระบบประกันสังคมที่มีอยู่ของประเทศไทย เช่น
- โครงการสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ (CSMBS),
- กองทุนประกันสังคมสำหรับลูกจ้างภาคเอกชน (SSS),
- และโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (UCS)
- การใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มการเข้าถึง ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบประกันภัย
- การขยายผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรม ซึ่งมีอยู่แล้ว เช่น:
- ประกันภัยที่เชื่อมกับการโอนเงิน (remittance-linked insurance),
- ประกันชีวิตที่เชื่อมโยงกับเครดิต (credit-linked life insurance),
- และประกันภัยสำหรับแรงงานอิสระ (gig workers) ที่ทำงานกับบริการรับส่งหรือจัดส่ง
- การส่งเสริมความรู้ทางการเงินและสร้างความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ประกันภัยในหมู่พนักงานของ MSMEs
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ ผลลัพธ์ที่คาดหวัง และผลผลิตต่าง ๆ ระบุไว้ใน
ภาคผนวกที่ 2 - ข้อกำหนดของ UNDP_Generali สำหรับการเรียกรับข้อเสนอ (Terms of Reference - IICF Call for Proposal)
F. เกณฑ์คุณสมบัติของการสมัคร (Eligibility and Qualification Criteria)
ผู้สมัคร:
ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติจะต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีการดำเนินงานในอุตสาหกรรมประกันภัยในประเทศไทย ซึ่งรวมถึง Insurtechs (บริษัทเทคโนโลยีประกันภัย) ช่องทางการขายและการจัดจำหน่ายประกันภัย1 และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ (เช่น แอปพลิเคชันมือถือ, บริษัทโทรคมนาคม, บริษัทอีคอมเมิร์ซ ฯลฯ)
สามารถจัดตั้งกลุ่มพันธมิตร (consortium) ระหว่างองค์กรเหล่านี้ได้เช่นกัน
บุคคลธรรมดาไม่สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการนี้ได้
คุณสมบัติที่ต้องมี ได้แก่:
- นิติบุคคลที่จดทะเบียน: ผู้สมัครจะต้องเป็นบริษัทที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
- ใบอนุญาต: ผู้สมัครจะต้องมีใบอนุญาตและการอนุญาตที่จำเป็นทั้งหมดในการขายและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันภัยในประเทศไทยตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนด
[1] ช่องทางการจัดจำหน่าย หมายถึง วิธีการและแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำการตลาด ขาย และส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการประกันภัยให้กับลูกค้า ซึ่งรวมถึงช่องทางดั้งเดิม เช่น bancassurance (การขายประกันผ่านธนาคาร)
รวมไปถึงช่องทางทางเลือกหรือดิจิทัล เช่น แอปพลิเคชันบนมือถือ เช่น Grab แพลตฟอร์มออนไลน์ เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ผู้รวบรวมบริการต่าง ๆ (aggregators) โซลูชั่นทางการเงินและประกันภัยด้วยเทคโนโลยี (Fintech และ Insurtech) และการเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการที่ไม่ใช่แบบดั้งเดิม เช่น บริษัทโทรคมนาคม หรือองค์กรชุมชน
ผู้สมัครที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ด้านใบอนุญาตข้างต้น สามารถร่วมมือกับหนึ่งหรือหลายหน่วยงาน ที่มีใบอนุญาตในการขายและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันภัย เพื่อจัดตั้งเป็น กลุ่มพันธมิตร (consortium) ได้
ผลิตภัณฑ์: ผู้สมัครที่มีสิทธิ์ต้องมีผลิตภัณฑ์ประกันภัย หรือโซลูชันที่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลแล้ว ซึ่งจะสามารถนำมาปรับเปลี่ยนหรือต่อยอดเพื่อให้เข้าถึงกลุ่ม MSMEs ได้ (ไม่ว่าจะเป็นการขยายสู่พื้นที่ใหม่ ๆ หรือใช้ช่องทางการจัดจำหน่ายและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อขยายการเข้าถึงและประสบการณ์ของลูกค้า) ทั้งนี้ งานวิจัยเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ (feasibility studies) หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ตั้งแต่ต้น จะไม่ได้รับการสนับสนุน
ความเชี่ยวชาญและศักยภาพในการดำเนินโครงการ: ผู้สมัครทุกท่านจะต้องแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการดำเนินโครงการที่เสนอ รวมถึงต้องแสดงว่ามีทรัพยากรที่เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นด้านเครื่องมือ บุคลากร หรือทรัพยากรอื่น ๆ ที่ไม่ใช่การเงิน เพื่อให้โครงการสำเร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด
ความสามารถในการเข้าสู่ตลาด: องค์กรจะต้องแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ได้ ภายใน 12 เดือน นับจากวันที่ได้รับรางวัลสนับสนุน
G. ข้อเสนอโครงการ (Proposal)
ภายใต้โครงการนี้ UNDP และ Generali จะคัดเลือก โซลูชั่นนวัตกรรมด้านการประกันภัยที่มีอยู่แล้วจำนวน 2 รายการ ซึ่งมีคุณสมบัติต่อไปนี้:
คุณสมบัติหลัก:
- เสริมสร้างความสามารถในการรับมือความเสี่ยงด้านสุขภาพและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องให้กับ MSMEs เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโต ลงทุน และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ผลิตภัณฑ์ควรครอบคลุมด้านต่างๆ เช่น
สุขภาพ ความทุพพลภาพ ชีวิต ความต่อเนื่องของธุรกิจอันเกิดจากความเสี่ยงด้านสุขภาพเฉพาะทาง หรือความเสี่ยงหลายรูปแบบสำหรับเจ้าของกิจการและพนักงาน
คุณสมบัติอื่น ๆ ที่คาดหวังจากผลิตภัณฑ์:
- ความมีนวัตกรรม (Innovation): มีการต่อยอดผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เป็นนวัตกรรมอยู่แล้ว ซึ่งเน้นเจาะกลุ่ม MSMEs ในประเทศไทย และใช้แนวทางหรือเทคโนโลยีใหม่ เช่น AI
- ความยั่งยืน (Sustainability): โครงการควรแสดงให้เห็นว่าสามารถพึ่งพาตนเองได้ภายในระยะเวลาการสนับสนุนที่ตกลงกันไว้ โดยบรรลุขนาดที่เหมาะสม พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพและผลกระทบในเชิงบวก
- กลยุทธ์ด้านการขายและจัดจำหน่าย (Sales and Distribution Strategy): ไม่ใช่แค่การขายประกันแบบโดด ๆ แต่ควรผสานเข้าไปในบริการอื่น ๆ ที่ MSMEs ต้องการอยู่แล้ว เพื่อเพิ่มมูลค่าอย่างเป็นระบบ
- การส่งเสริมเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs): ควรแสดงให้เห็นว่ามีผลกระทบเชิงบวกต่อเป้าหมาย SDGs อย่างชัดเจน
- ศักยภาพในการขยายผล (Scale Potential): โครงการที่นำเสนอควรมีศักยภาพในการขยายผลในด้านการเงิน สังคม และสิ่งแวดล้อม
- มิติด้านความเสมอภาคระหว่างเพศ (Gender): โซลูชั่นควรให้ความสำคัญกับความเสมอภาคระหว่างเพศ โดยผู้สมัครต้องแสดงให้เห็นว่าประเด็นเรื่องเพศสภาพ และการส่งเสริมเป้าหมายความเสมอภาคระหว่างเพศ เป็นส่วนสำคัญของนวัตกรรมที่นำเสนอ
H. เกณฑ์การประเมินข้อเสนอ (Evaluation Criteria and Methodology)
1. ข้อเสนอจะได้รับการประเมินตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้:
หลังจากถึงกำหนดเวลาส่งข้อเสนอเรียบร้อยแล้ว ข้อเสนอทั้งหมดที่ส่งเข้ามาอย่างถูกต้องตามระเบียบจะถูกตรวจสอบความครบถ้วนและคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด จากนั้นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและสมบูรณ์จะได้รับการประเมินโดยคณะกรรมการของ UNDP และ Generali
ข้อเสนอที่ผ่านคุณสมบัติและครบถ้วนจะถูกประเมินตามหลักเกณฑ์การประเมินดังต่อไปนี้:
สรุปหลักเกณฑ์การประเมินข้อเสนอทางเทคนิค | น้ำหนักของคะแนน | คะแนนเต็ม | ||
| 1. | การจัดจำหน่ายและการเข้าถึง (20%): ข้อเสนอโครงการจะถูกประเมินจากการมีพันธมิตรด้านการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง ขนาดของฐานลูกค้าที่สามารถเข้าถึงได้ผ่านการมีพันธมิตรดังกล่าว และระดับความมุ่งมั่นที่พันธมิตรแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรม โดยดูจากหลักฐานที่ชัดเจน เช่น สัญญาความร่วมมือ (MOU) ที่ลงนามแล้ว | 20% | 200 | |
| 2. | ความเป็นไปได้ในการดำเนินการ (15%): ข้อเสนอโครงการจะถูกประเมินว่ามีองค์ประกอบการดำเนินงานที่จำเป็นพร้อมหรือไม่ เช่น เทคโนโลยี กระบวนการการสมัครรับความคุ้มครอง และการจัดการเคลมประกัน โครงการที่ดำเนินงานได้แล้วหรือใกล้พร้อมใช้งานจริงจะได้คะแนนสูงกว่า | 15% | 150 | |
| 3. | ความมีนวัตกรรม (20%): ความมีนวัตกรรมจะถูกประเมินจากการนำเสนอแนวคิดใหม่ ธีมใหม่ หรือเทคโนโลยีใหม่สู่ตลาดเป้าหมาย ข้อเสนอที่มีแนวคิดใหม่โดยสิ้นเชิง หรือใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในหลายด้านจะได้คะแนนสูงกว่า | 20% | 200 | |
| 4. | ศักยภาพและความเชี่ยวชาญของทีมดำเนินงาน (15%): ความสามารถของทีมจะพิจารณาจากการมีส่วนร่วมของผู้บริหารระดับสูง การมีผู้จัดการโครงการโดยเฉพาะ และประสบการณ์ที่ผ่านมาในการดำเนินโครงการลักษณะคล้ายกัน ประวัติความสำเร็จที่ชัดเจนจะช่วยเพิ่มคะแนนในหมวดนี้ | 15% | 150 | |
| 5. | ความยั่งยืนของโครงการ (15%): เกณฑ์นี้มุ่งเน้นที่ความสามารถในการดำเนินโครงการในระยะยาว รวมถึงการสอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กร การจัดสรรทรัพยากรทางการเงิน และศักยภาพในการขยายผล โครงการที่มีแผนชัดเจนด้านความยั่งยืนทางการเงิน สังคม และสิ่งแวดล้อม จะได้รับคะแนนสูงกว่า | 15% | 150 | |
| 6. | ความคุ้มค่า (Value for Money) (15%): เกณฑ์นี้ประเมินว่าโครงการให้ความคุ้มค่ามากน้อยเพียงใดเมื่อเทียบกับงบประมาณที่ร้องขอ โดยจะดูจากคุณภาพและขนาดของผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิด เช่น จำนวนกรมธรรม์ที่ขายได้ จำนวนผู้ที่ได้รับความคุ้มครอง และเบี้ยประกันที่เกิดขึ้น เทียบกับงบประมาณรวม นอกจากนี้จะพิจารณาว่าโครงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพในกิจกรรมหลักเพียงใด และมีแนวโน้มที่จะพึ่งพาตนเองทางการเงินได้หลังจากสิ้นสุดการสนับสนุนจาก UNDP หรือไม่ โครงการที่แสดงการใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพและให้ผลตอบแทนที่ชัดเจน จะได้รับคะแนนสูงกว่า | 15% | 150 | |
| รวมคะแนน | 1000 | |||
I. งบประมาณและระยะเวลา
จำนวนงบประมาณที่ใช้สำหรับการดำเนินการตามข้อเสนอโครงการ สูงสุดอยู่ที่ 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ จำนวนเงินที่ขอรับการสนับสนุนในข้อเสนอควรสอดคล้องกับขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการและการเงินขององค์กร โดยหลักการแล้ว ระยะเวลาดำเนินโครงการจะไม่เกิน 24 เดือน
J. ระยะเวลาในการดำเนินโครงการ
โครงการจะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 24 เดือน นับจากวันที่ลงนามในข้อตกลงการประกวดนวัตกรรมประกันภัย
โครงการจะถือว่าเสร็จสมบูรณ์เมื่อได้ส่งมอบผลลัพธ์ (deliverables) ตามที่ระบุไว้ในข้อตกลง โดยผลลัพธ์เหล่านี้จะถูกปรับให้เหมาะสมกับแต่ละโครงการ แต่จะยึดตามโครงสร้างมาตรฐานของข้อตกลงการประกวดนวัตกรรมประกันภัย (ดูภาคผนวก 6)
K. แพคเกจรางวัล
1. เงินสนับสนุน: ผู้สมัครที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับเงินสนับสนุนสูงสุดไม่เกิน 40,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อราย
รายการที่สามารถใช้เงินสนับสนุนจากการประกวดนวัตกรรมประกันภัยได้ สามารถรวมถึง (แต่ไม่จำกัดเพียง):
- ค่าจ้างพนักงานประจำโครงการ
- ค่าบริการที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี การออกแบบ ธุรกิจ การพัฒนา และอื่น ๆ
- ค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญหรือที่ปรึกษา
- ค่าอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองขนาดเล็ก
- ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและการจัดเวิร์กช็อป
- ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าเดินทางที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ
ค่าใช้จ่ายดังกล่าวข้างต้นควรสะท้อนเป้าหมายของโครงการและต้องมีการชี้แจงเหตุผลอย่างชัดเจนให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ เฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างระยะเวลาโครงการ ซึ่งเป็นไปตามแผนงานและวัตถุประสงค์ของโครงการ มีความจำเป็นต่อการบรรลุผลลัพธ์ และเสร็จสิ้นภายในระยะเวลาของโครงการเท่านั้น ที่จะมีสิทธิ์ได้รับการสนับสนุนทางการเงิน รายการค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเบิกได้จากการประกวดนวัตกรรมประกันภัยได้แก่ (แต่ไม่จำกัดเพียง):
- ค่าใช้จ่ายลงทุน (Capital expenditures)
- ดอกเบี้ยหรือหนี้สินที่ค้างชำระกับบุคคลที่สาม
- ค่าใช้จ่ายหรือเงินสำรองสำหรับความสูญเสียหรือหนี้สินในอนาคต
- รายการที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการหรือสถาบันอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันอยู่แล้ว
- ค่าธรรมเนียมธนาคาร ค่าธรรมเนียมแลกเปลี่ยนเงินตรา หรือค่าปรับจากการทำธุรกรรมทางการเงิน
- รายการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญา (IP) — โดยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาจะยังคงอยู่กับ UNDP
2. การสนับสนุนด้านเทคนิค: จะมีการให้การสนับสนุนทางเทคนิคเพื่อการพัฒนาแนวคิดในรูปแบบของ การจัด session กับพันธมิตรของ UNDP หรือผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง
3. การประชาสัมพันธ์และการเพิ่มการรับรู้ (Visibility and Recognition): ผู้ชนะจะได้รับการเผยแพร่ผลงานผ่านหลากหลายช่องทาง ได้แก่:
- ช่องทางดิจิทัล: การประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียลมีเดีย และเว็บไซต์ของ UNDP Thailand, IRFF และ GENERALI
- กรณีศึกษา: จัดทำเป็นกรณีศึกษา (case studies) และเผยแพร่ต่อสาธารณะบนเว็บไซต์ IRFF เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในระดับโลก
- การแลกเปลี่ยนความรู้: เปิดโอกาสให้ผู้ชนะได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวความสำเร็จ และแนวทางปฏิบัติที่ดี (best practices) กับผู้เข้าร่วมรายอื่น ๆ
- สกุลเงินที่ใช้ในข้อเสนอ: เป็น ดอลลาร์สหรัฐ (USD)
หากมีการเสนอในสกุลเงินอื่น จะมีการแปลงเป็น USD โดยใช้ อัตราแลกเปลี่ยนของ UN (UN Operational Rate of Exchange – UNORE) ที่ใช้ ณ วันปิดรับข้อเสนอ - สำหรับผู้เสนอราคาที่อยู่ในประเทศไทย จะมีการชำระเงินเป็น เงินบาท (THB)
หมายเหตุ: กำหนดการชำระเงิน (Payment Schedule) ยังไม่ได้กำหนดในขั้นตอนนี้ ผู้เสนอราคาสามารถเสนอ “แผนการแบ่งจ่ายเงิน (payment milestones) และ เปอร์เซ็นต์การชำระเงิน ที่สอดคล้องกัน” เป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอทางการเงินได้ อย่างไรก็ตาม UNDP ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจสอบและตกลงร่วมกัน กับผู้ได้รับการคัดเลือกในช่วงก่อนลงนามข้อตกลง และจะกำหนดเงื่อนไขการชำระเงินขั้นสุดท้ายให้สอดคล้องกับ นโยบายภายใน ความจำเป็นในการดำเนินงาน และภาระหน้าที่ด้านการเงินของ UNDP
L. กระบวนการคัดเลือก:
UNDP จะดำเนินการพิจารณาข้อเสนอผ่านกระบวนการ 5 ขั้นตอน ดังนี้:
- ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร
- ตรวจสอบข้อเสนอเชิงเทคนิคของผู้ที่มีคุณสมบัติ
- ให้คะแนนและจัดอันดับข้อเสนอที่ผ่านคุณสมบัติ โดยอิงจากเกณฑ์การประเมินในหัวข้อก่อนหน้า เพื่อระบุข้อเสนอที่ได้คะแนนสูงสุด
- หากจำเป็น จะมีการขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อชี้แจงจากผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด
- สรุปและลงนามข้อตกลงของโครงการนวัตกรรม (Innovation Challenge Agreement)
M. ขั้นตอนการส่งข้อเสนอ (Submission Process):
- ผู้สมัครจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการจัดเตรียมและการส่งข้อเสนอด้วยตนเอง
- ผู้สมัครจะต้องส่งข้อเสนอผ่านระบบ Quantum
เอกสารที่ต้องส่งประกอบการสมัคร ได้แก่:
- สรุปข้อมูลบริษัท รวมถึงประสบการณ์ในการพัฒนาแบบประกันภัยที่ครอบคลุมและเป็นธรรม
- เอกสารแสดงการจดทะเบียนบริษัท รวมถึงใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจและจำหน่ายประกันภัยในประเทศไทย
- ประวัติย่อ (CVs) ของผู้เชี่ยวชาญที่จะทำงานพัฒนาแนวทางหรือผลิตภัณฑ์
- งบประมาณ (ไฟล์ Excel) ซึ่งระบุว่า บริษัทจะมีส่วนร่วมอย่างไรในการดำเนินโครงการ เช่น การสนับสนุนในรูปแบบเงินสดหรือสิ่งของ (in-kind or financial resources)
- เอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนข้อเสนอ
หมายเหตุ:
- องค์กรสามารถส่งข้อเสนอได้เพียง 1 ฉบับ เท่านั้น
- เมื่อส่งข้อเสนอแล้วจะ ไม่สามารถแก้ไขหรือส่งเวอร์ชันใหม่ได้
N. กำหนดเวลาการส่งข้อเสนอ:
ข้อเสนอและเอกสารประกอบทั้งหมดจะต้องส่งผ่านระบบ Quantum ภายในวันที่ 30 กันยายน 2568
(ระบบจะระบุวันหมดเขตไว้ชัดเจน ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่มีผลเหนือกว่าที่อื่น)
หากมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางหรือแบบฟอร์มการสมัคร
กรุณาติดต่อที่:
- onanong.wuthimonkolkul@undp.org
- brh.procurement@undp.org
- procurement.th@undp.org
หรือ ส่งคำถามในกล่องข้อความ (message box) ภายในระบบ Quantum ในส่วนของ “Negotiation Section”
โปรดส่งคำถามอย่างน้อย 3 วันก่อนถึงกำหนดปิดรับข้อเสนอ
หมายเหตุ:
UNDP ขอสงวนสิทธิ์ ไม่จำเป็นต้องให้ทุนกับข้อเสนอใด ๆ ที่ส่งเข้ามาภายใต้ประกาศนี้
ผู้ประสานงานหลัก:
คุณอรอนงค์ วุฒิมงคลกุล
อีเมล:onanong.wuthimonkolkul@undp.org
brh.procurement@undp.org
ตำแหน่ง: เจ้าหน้าที่จัดซื้อจัดจ้าง (Procurement Associate)
ภาคผนวก (Annexes):
ภาคผนวกที่ 2: ขอบเขตงาน (Terms of Reference) ของ UNDP_Generali – IICF Call for Proposal
ภาคผนวกที่ 6: ตัวอย่างข้อตกลงการสนับสนุนโครงการนวัตกรรม (Model Innovation Challenge Agreement)
ข้อมูลเพิ่มเติมที่สำคัญ
UNDP ดำเนินนโยบาย "ไม่ยอมรับโดยเด็ดขาด (zero tolerance)" ต่อพฤติกรรมที่ต้องห้ามทุกประเภท รวมถึงการทุจริต การคอร์รัปชัน การฮั้วประมูล พฤติกรรมที่ไร้จริยธรรม และการขัดขวางกระบวนการต่าง ๆ UNDP มุ่งมั่นที่จะป้องกัน ระบุ และจัดการกับการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและการคอร์รัปชั่นทั้งต่อองค์กรเองและบุคคลที่สามที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของ UNDP
(อ่านนโยบายฉบับเต็มได้ที่:
🔗 นโยบายต่อต้านการทุจริตของ UNDP (Anti-Fraud Policy)
🔗 แนวทางการประท้วงและการลงโทษของ UNDP)
ในการตอบรับคำเชิญยื่นข้อเสนอครั้งนี้ ผู้เสนอราคาทุกคนจะต้องปฏิบัติตนอย่างมืออาชีพ มีความเป็นกลาง มีวัตถุประสงค์ และต้องให้ผลประโยชน์ของ UNDP เป็นสำคัญเสมอ ห้ามมีผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างภารกิจอื่น ๆ หรือผลประโยชน์ส่วนตนโดยเด็ดขาด และต้องไม่กระทำโดยคำนึงถึงงานในอนาคต
ผู้เสนอราคาที่พบว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนจะถูกตัดสิทธิ์ทันที
ตัวอย่างสถานการณ์ที่ถือว่า “มีผลประโยชน์ทับซ้อน” ได้แก่ (แต่ไม่จำกัดเฉพาะ):
- เป็นหรือเคยเกี่ยวข้องกับบริษัท (หรือนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง) ที่เคยได้รับการว่าจ้างจาก UNDP เพื่อให้บริการในการจัดทำแบบร่าง ขอบเขตงาน การวิเคราะห์ต้นทุน หรือเอกสารประกวดอื่น ๆ ที่ใช้ในกระบวนการจัดจ้างนี้
- มีส่วนเกี่ยวข้องในการวางแผนหรือออกแบบโปรแกรม/โครงการที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอนี้
- หรือถูก UNDP เห็นว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนด้วยเหตุผลอื่นใด
หากมีความไม่แน่ใจเกี่ยวกับสถานการณ์ใดที่อาจเข้าข่ายเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน ผู้เสนอราคาควรแจ้งต่อ UNDP โดยทันที เพื่อให้ UNDP พิจารณาและยืนยันว่ากรณีดังกล่าวเข้าข่ายหรือไม่