ก้าวข้ามพรมแดนของการสื่อสาร: บทสนทนากับ กานท์กลอน รักธรรม หัวหน้าการสื่อสารและการมีส่วนร่วม UNDP Thailand

ตุลาคม 7, 2025
Collage: Thai text banner over a mountain landscape; a woman in a gray suit sits among greenery.

จากนักข่าวสู่นักสื่อสารเพื่อการพัฒนา 

คุณ “เอม” กานท์กลอน รักธรรม เริ่มต้นเส้นทางอาชีพจากความหลงใหลในการเล่าเรื่อง หลังจบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เธอตัดสินใจต่อยอดความรู้ด้านความสัมพันธ์และความมั่นคงระหว่างประเทศที่ School of Oriental and African Studies (SOAS) มหาวิทยาลัยลอนดอนด้วยทุนจากรัฐบาลอังกฤษ (Chevening Scholarship) ซึ่งที่นั่นเองทำให้เธอตระหนักถึงพลังของการสื่อสาร ไม่เพียงในการสร้างความเข้าใจของสังคม แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย 

ช่วงเริ่มต้นของการฝึกงานในสื่อต่าง ๆ ได้หล่อหลอมทักษะการมองลึกกว่า “พาดหัวข่าว” เพื่อค้นหาหัวใจของเรื่องราว “ฉันถูกสอนให้มองหา ‘จิตวิญญาณของเรื่องราว’” เธอกล่าว “การรายงานข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียวไม่พอ ต้องมองให้เห็นด้านมนุษย์ สิ่งที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับประเด็นนั้น ๆ” 

กว่า 10 ปีในวงการสื่อมวลชนช่วยขัดเกลาแนวคิดและสัญชาตญาณของเธอให้เฉียบคมขึ้น ทั้งการตั้งคำถาม การสรุปเรื่องยากให้ง่ายแต่ไม่ละทิ้งแก่นของเรื่องราว และการสื่อสารกับผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม สำหรับคุณเอมแล้ว การสื่อสารองค์กรไม่ใช่เพียงเรื่องของภาพลักษณ์ แต่คือการจุดประกายบทสนทนา เชื่อมโยงความเข้าใจ และสร้างแรงบันดาลใจ “ฉันเชื่อเสมอว่าเรื่องเล่าที่ดีคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง” เธอกล่าว “เรื่องหนึ่งสามารถทำให้คนคิดต่าง รู้สึกต่าง และลงมือทำต่างออกไปได้จริง ๆ” 

ปี 2019 ความเชื่อนี้ยิ่งชัดเจนขึ้น เมื่อคุณเอมได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในนักข่าวเพียง 15 คนทั่วโลกที่เข้าร่วม โครงการ United Nations Reham Al-Farra Memorial Journalism Fellowship ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก ที่นั่น เธอรายงานประเด็นตั้งแต่ความเท่าเทียมทางเพศจนถึงการต่อต้านการก่อการร้าย และเริ่มมองเห็น “ช่องว่าง” ในวิธีที่โลกสื่อสารเรื่องการพัฒนา “สิ่งที่ฉันเห็นคือ หลายประเด็นสำคัญมาก แต่การเล่าเรื่องยังไม่เข้าถึงผู้คน” เธอกล่าว “นั่นทำให้ฉันอยากใช้ทักษะของตัวเองเพื่อเชื่อมช่องว่างนี้ทำให้เรื่องราวของการพัฒนา ‘จับต้องได้’ และใกล้กับชีวิตของผู้คนมากขึ้น” 

หนึ่งในคำแนะนำจากผู้เป็นที่ปรึกษาที่เธอยังจำได้ดีคือ “ถ้าเราอธิบายเรื่องยากให้เข้าใจง่ายไม่ได้ แสดงว่าเรายังเข้าใจมันไม่มากพอ” สำหรับคุณเอมนี่คือหลักยึดใจสำคัญ “คำพูดนั้นเปลี่ยนวิธีทำงานของฉันโดยสิ้นเชิง มันทำให้ฉันเชื่อว่าพลังของการสื่อสารไม่ได้อยู่ที่ความซับซ้อน แต่อยู่ที่ ‘ความชัดเจน’ การเล่าเรื่องให้ทุกคนเข้าถึงได้ เข้าใจได้ และรู้สึกได้” 

คุณเอมกับเพื่อนนักข่าวที่เข้าร่วมโครงการ United Nations Reham Al-Farra Memorial Journalism Fellowship ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก

 

เมื่อ “กลยุทธ์” พบกับ “การเล่าเรื่อง” 

“แต่ละวันของฉันที่ UNDP ไม่มีวันไหนเหมือนกันเลยค่ะ” คุณเอมเล่าพร้อมรอยยิ้ม “บางวันต้องวางกลยุทธ์การสื่อสาร ทำงานกับโครงการต่าง ๆ บางวันก็ประสานงานกับหน่วยงานรัฐ ภาคส่วนต่าง ๆ หรือร่วมงานกับพาร์ทเนอร์ภายนอก หลายครั้งก็ออกพื้นที่ ลงกิจกรรมภาคสนาม เพื่อเก็บเรื่องราวและเสียงสะท้อนจากคนที่เราเข้าไปสนับสนุน”

สำหรับเธอ ความหลากหลายนี้เองคือสิ่งที่ทำให้งานมีความหมาย เพราะมันเชื่อม “แผนกลยุทธ์” บนโต๊ะทำงาน เข้ากับ “เสียงจริง” จากพื้นที่ “ฉันเรียนรู้ว่าการสื่อสารไม่ใช่แค่สิ่งที่เราพูด แต่คือสิ่งที่ทำให้ผู้คนรู้สึก และเข้าใจการพัฒนาในแบบที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของพวกเขา” 

คุณเอมมองบทบาทของตนในภาพใหญ่เสมอ “ทุกกลยุทธ์ต้องสะท้อนพันธกิจของ UNDP แต่ก็ต้องยึดโยงกับความจริงในพื้นที่” เธอกล่าว “งานแบบนี้ต้องอาศัยทีมเวิร์ก ระบบที่ดี และความยืดหยุ่น เพราะทุกอย่างเปลี่ยนตลอดเวลา” 

 

ความทรงจำที่ยังคงขับเคลื่อน 

ประสบการณ์ทำงานกับ UNDP ทำให้คุณเอมได้เห็นภาพเชื่อมโยงของงานพัฒนา และพลังของการสื่อสารที่ช่วยขยายผลลัพธ์ “สิ่งที่ฉันภูมิใจมากคือการสื่อสารเรื่องซับซ้อนเช่น สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อประเทศไทย ความหลากหลายทางชีวภาพ และอื่น ๆ ออกมาเป็นโปรดักต์ที่เข้าใจง่ายผ่านอินโฟกราฟิกที่ถูกนำไปใช้ในวงกว้างตั้งแต่นักวางแผนนโยบาย รัฐสภา จนถึงคนในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระดับนโยบายจนถึงการนำโซลูชั่นไปปรับใช้ หรือการปรับโฉมรายงานประจำปีของ UNDP ให้เป็นมากกว่าเอกสารสรุปตัวเลข แต่กลายเป็น ‘เรื่องเล่า’ ที่สร้างความเข้าใจและความไว้วางใจจากพาร์ทเนอร์ และเปิดประตูสู่ความร่วมมือใหม่ ๆ” 

อีกหนึ่งโครงการที่เธอภาคภูมิใจคือ UNDP Media Fellowship Programme ที่เปิดพื้นที่ให้สื่อมวลชนร่วมเรียนรู้และสื่อสารเรื่องการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์และมีความหมาย ตั้งแต่ประเด็นความหลากหลายทางเพศ คนพิการ สิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ จนถึงธุรกิจและสิทธิมนุษยชน “มันแสดงให้เห็นว่าการสื่อสารคือสะพานที่เชื่อมงานของ UNDP เข้ากับสังคมได้จริง ๆ” 

ภารกิจในพื้นที่ต่างจังหวัดก็ทิ้งร่องรอยไว้ในใจเสมอ การได้พบชุมชน พูดคุยกับผู้คน และเห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ทำให้เธอไม่ลืมว่าเบื้องหลังทุกกลยุทธ์คือ “ชีวิตคน” และ “ความหวัง” ที่ยังนำไปสู่การผลิตสารคดีเรื่อง "ความฝันของม๊ะ" บอกเล่าเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังกระทบต่อผู้หญิงในปัตตานี เพื่อให้เกิดการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวน ผ่านโครงการ Climate Finance Network

นอกจากนี้ เธอได้มีโอกาสเดินทางไปยังประเทศโซมาเลียในระยะเวลา 2 เดือน เพื่อดูแลโครงการพัฒนาสื่อให้กับนักข่าวสตรีในประเทศโซมาเลียหรือ SWOMP ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรป ซึ่งเปิดโอกาสให้เธอได้ร่วมงานกับนักข่าวหญิงชาวโซมาเลียที่กล้าหาญและยืนหยัดเพื่อความเท่าเทียม “มันเป็นช่วงเวลาที่ทั้งท้าทายและเติมเต็ม ฉันได้เรียนรู้ว่าการสื่อสารที่มีหัวใจความเป็นมนุษย์สามารถสร้างผลกระทบได้จริง แม้ในพื้นที่เปราะบางที่สุด” 

 

ความยืดหยุ่นในโลกแห่งความเปลี่ยนแปลง 

คุณเอมยอมรับว่าความท้าทายสำคัญของเธอคือการทำให้ “เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs)” เข้าใจได้กับทุกคน  ไม่ว่าจะเป็นผู้กำหนดนโยบาย เยาวชน หรือประชาชนทั่วไป “หลายคนมองว่า SDGs เป็นเรื่องไกลตัว แต่ฉันมองว่ามันคือโอกาส เราแค่ต้องหาวิธีเชื่อมมันเข้ากับชีวิตประจำวัน” 

เธอยังย้อนถึงบทเรียนจากการทำงานในโซมาเลียว่าเป็นช่วงเวลาที่หล่อหลอมทักษะความเป็นผู้นำ “ฉันได้เรียนรู้ว่าผู้นำที่แท้จริงไม่ใช่คนที่พูดเก่งที่สุด แต่คือคนที่ฟังเก่งที่สุด เข้าใจผู้อื่น และปรับตัวได้กับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป” 

สำหรับคุณเอม บทเรียนเหล่านี้ไม่เพียงหล่อหลอมการเติบโตในสายอาชีพเท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนมุมมองของเธอต่อ “ความเป็นผู้นำ” อีกด้วย “งานสื่อสารไม่ได้มีแค่การส่งสารออกไปเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการฟัง การปรับตัว และการเข้าใจความคาดหวังที่หลากหลายด้วยความเห็นอกเห็นใจ” เธอกล่าว “ในการขับเคลื่อนการพัฒนา เราไม่สามารถยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางได้ แต่ต้องมีความถ่อมตน ทำงานร่วมกับผู้อื่น และมองว่าทุกความท้าทายไม่ใช่อุปสรรค แต่คือโอกาสในการเติบโต”

วันนี้ เธอนำบทเรียนเหล่านั้นมาใช้ในการทำงานที่ UNDP Thailand ทุกความท้าทายกลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ทั้งในด้านทักษะวิชาชีพและคุณค่าความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นความอดทน ความเข้าใจผู้อื่น หรือการทำงานเป็นทีม ซึ่งเธอเชื่อว่าเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้การพัฒนาไม่เพียงแค่ “เกิดผล” แต่ยัง “มีความหมาย” อย่างแท้จริง

 

เสียงที่ขยายพลังความเท่าเทียมในสังคม

สำหรับคุณเอม บทบาทของการสื่อสารกับการสร้างความเท่าเทียมแยกจากกันไม่ได้ “สื่อไม่ได้เป็นแค่ผู้รายงานข่าว แต่คือสะพานเชื่อมระหว่างสถาบันกับประชาชน” เธอกล่าว “หากไม่มีสื่อที่เข้มแข็งและเปิดกว้าง ประชาธิปไตยก็ไม่อาจเติบโตได้เต็มที่” 

ภายใต้การนำของเธอ UNDP Thailand ผลักดันให้การสื่อสารเป็นมากกว่า “ภาพจำองค์กร” แต่กลายเป็นพื้นที่แห่งการมีส่วนร่วม โดยเฉพาะการขับเคลื่อนแคมเปญ Pride Month และโครงการ Media Fellowship ที่ส่งเสริมให้สื่อมวลชนบอกเล่าเรื่องราวความหลากหลาย ความเสมอภาค และสิทธิมนุษยชนในมิติใหม่ “เมื่อทุกเพศ ทุกกลุ่ม มีพื้นที่พูดได้อย่างมั่นใจ เราไม่ได้แค่สื่อสาร เรากำลังสนับสนุนและผลักดันบทบาทของพวกเขา”  

สำหรับเธอ แพลตฟอร์มเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่ “แคมเปญสื่อสาร” แต่คือโอกาสในการเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้เข้ามามีส่วนร่วมในบทสนทนาเชิงประชาธิปไตย “เมื่อเราสร้างพื้นที่ให้ผู้คนทุกเพศ ทุกอัตลักษณ์ และทุกชุมชนได้พูดอย่างมั่นใจ เราไม่ได้เพียงแค่ให้ข้อมูลกับสาธารณะเท่านั้น  แต่เรากำลัง ‘เสริมพลัง’ ให้กับพวกเขา” เธอกล่าว “และนั่นแหละ คือช่วงเวลาที่การสื่อสารกลายเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง”

 

การสื่อสารในยุคดิจิทัล 

เทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนวิธีที่เราสร้างและเผยแพร่เรื่องราว แต่สำหรับกานท์กลอน สิ่งสำคัญคือต้อง “ไม่ลืมความเป็นมนุษย์” “เทคโนโลยีควรทำงานกับมนุษย์ ไม่ใช่แทนที่มนุษย์” เธอย้ำ 

ตัวอย่างหนึ่งคือการใช้ระบบ AI ช่วยสร้างคำอธิบายภาพ (image descriptions) บนเว็บไซต์ UNDP Thailand เพื่อให้ผู้พิการสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น “แม้มันจะดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่สำหรับใครบางคน มันอาจเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งหมดของพวกเขาได้เลย” 

เธอมองว่า AI คือเครื่องมือที่ช่วย “ขยาย” เรื่องราวของมนุษย์ ไม่ใช่ “แทนที่” และถ้าใช้อย่างมีวิจารณญาณ มันจะช่วยให้การสื่อสารของเราครอบคลุมและเข้าถึงผู้คนได้มากกว่าเดิม “อนาคตของการสื่อสารไม่ใช่แค่ดิจิทัล แต่ต้องเป็น ‘ดิจิทัลที่มีหัวใจ’” 

เชื่อมโยง 17 เป้าหมายเพื่ออนาคตเดียวกัน 

คุณเอมมองว่าหน้าที่สำคัญของการสื่อสารคือการแสดงให้เห็นว่า 17 เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) เชื่อมโยงกันอย่างไร “คนมักมองว่า SDGs แยกกันเป็นกล่อง ๆ แต่จริง ๆ แล้วชีวิตจริงเชื่อมโยงกันหมด เช่น ความเท่าเทียมทางเพศ (SDG 5) มีผลโดยตรงต่อการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SDG 13)” 

เธอเน้นว่า การบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้หากขาดทรัพยากร ทั้งเงินทุน เวลา และพลังจากทุกภาคส่วน หนึ่งในโครงการที่เธอภูมิใจคือ UNDP Student Ambassadors Programme ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนเป็น “ผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง” ในพื้นที่ชุมชนของตนเอง “เยาวชนมีพลังสร้างสรรค์และเครือข่ายที่กว้างขวาง ถ้าเราส่งเสริมเรื่อง SDGs กับพวกเขา พวกเขาจะขยายต่อไปยังเพื่อน โรงเรียน และชุมชน เกิดเป็นคลื่นแห่งแรงบันดาลใจ” 

 

สำหรับผู้ที่อยากร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลง 

เมื่อถูกถามถึงคำแนะนำสำหรับผู้ที่อยากทำงานกับ UNDP คุณเอมเล่าว่า “งานที่นี่ไม่ใช่แค่อาชีพ แต่มันคือพันธกิจ” 

“UNDP มองหาคนที่ไม่เพียงมีทักษะทางเทคนิค แต่ต้องเข้าใจหัวใจของการพัฒนา — มองเห็นว่าทุกโครงการไม่ใช่แค่ตัวเลขหรือรายงาน แต่คือชีวิตคน” เธอกล่าว “ทุกคนมีบทบาทใน SDGs ไม่ว่าจะมาจากสายเศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี หรือการสื่อสาร ขอแค่มีใจร่วมมือและเรียนรู้ไปด้วยกัน” 

เธอทิ้งท้ายอย่างอบอุ่นว่า “อย่าประเมินค่าความสามารถของตัวเองต่ำไป UNDP กำลังมองหาคนรุ่นใหม่ที่พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง และคุณอาจเป็นหนึ่งในนั้นก็ได้” 

Photograph of a woman in a denim jacket standing beside a wall of colorful panels.
ขอ 3 คำกับ UNDP Thailand "ผู้คน" คือหัวใจของทุกภารกิจและเหตุผลของการทำงาน "ความยืดหยุ่นและการปรับตัว" คือกุญแจสำคัญในโลกที่ไม่หยุดเปลี่ยน "การเปลี่ยนแปลงเพื่อโลกที่ดีขึ้น" และเพื่อเป็นเราที่ดีขึ้นในทุกวัน